อย่างที่รู้ๆ กัน เวลาที่จะดำเนินการทำโฆษณาสักตัว ไม่ว่าจะ Google หรือ Facebook ก็จะต้องผ่านด่านตรวจ

18 อรหันต์จากเฟสบุ๊คก่อน จนแม่ค้าหลายคนยกมือกุมขมับเลย กว่าจะผ่านได้แต่ละตัว เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น

เพราะเนื้อหาและภาพที่จะต้องเผยแพร่สู่ประชาชนชาวเฟสบุ๊คนั้น จะต้องไม่มีภาพโป๊เปลือย การแสดงถึงความรุนแรง

การส่งเสริมอาชญากรรม หรือแม้แต่คำก็ต้องไม่มี “คำต้องห้ามทำโฆษณา” เด็ดขาด

เมื่อใดที่คุณต้องการที่จะทำโฆษณา ลองอ่านทวนอีกที แล้วดูสิครับว่า “คำโฆษณาของคุณมีคำต้องห้ามเหล่านี้หรือไม่?”

ย้ำชัด! “มหากาพย์คำต้องห้าม! ผิดกฎ ฆอ. ผิดกฎเฟสบุ๊ค

ผมจะขอแบ่งเป็นหมวดหมู่เลยนะครับ เพื่อที่จะได้แจกแจงได้แบบเจาะลึกไปเลย  ว่าบริบทของคำแต่ละคำ

มันผิดกฎอย่างไร? ทำไมถึงกลายมาเป็น คำต้องห้าม

มาเริ่มกันที่ประเภทแรกที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบันเลย

 

1.การโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสบู่

ผู้ประกอบการหลายท่านนิยมทำผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ออกมาเยอะมาก เพราะว่าเป็นสินค้าสิ้นเปลือง ใช้แล้วหมดไป ที่สำคัญ

ต้นทุนในการผลิตน้อยเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น แต่อย่าลืมนะครับว่า ยิ่งสินค้าประเภทนี้มีเยอะในท้องตลาด

กฎและการควบคุมก็ต้องเยอะตามไปด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของคำต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้ในการทำโฆษณาได้ อันได้แก่

1. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 2. ป้องกันการเกิดสิว 3. รักษาโรคผิวหนัง 4. รักษาโรคสะเก็ดเงิน 5. ขาวไว ขาวทันที

  1. ต้านอนุมูลอิสระ 7. ธรรมชาติ 100% 8.ลดรอยแดง 9. ลดรอยดำ 10. ลดรอยสิว 11. ลดฝ้ากระ 11. สลายฝ้า

12. เห็นผล… 13. ระบุวันเห็นผล 14. รับประกัน 15. จริง เช่น ขาวจริง 16. หน้าเรียว 17. คำการันตีผล

18.กระชับสัดส่วน 19.ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

แน่นอนว่าสินค้าของคุณสามารถช่วยแก้ปัญหาที่กล่าวมาได้จริงๆ มีลูกค้าใช้แล้วเห็นผลลัพธ์แบบนั้นจริงๆ

สามารถลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า คนที่ใช้สินค้าคุณ 100 คน

ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้ง 100 คน ถ้าไม่ได้ก็แสดงว่าคุณโฆษณาเกินจริงแล้วครับ

อ้าว! แล้วคำว่า “ขาว” ทำไมใช้ไม่ได้ละ? นั้นก็เพราะว่า คำนี้สามารถตีความถึงการเหยียดสีผิวได้

และอีกอย่างมนุษย์เราไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวตัวเองได้ ทางที่ดีควรใช้คำเลี่ยง อย่างเช่น “แลดูกระจ่างใส” “แลดูสว่าง” แทน

ส่วนคำว่า “ธรรมชาติ 100%” สาเหตุที่ไม่สามารถใช้ได้เพราะเป็นคำอวดอ้างเกินจริง สิ่งใดๆ ในโลกนี้

ถ้าผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีทาง 100% จริงๆ นอกจากว่าคุณจะขยี้สมุนไพร แล้วเอามาแปะผิวโดยตรง

อันนั้นแหละ 100% จริงๆ อย่างที่บอกไปเลยครับ ถ้าผู้ใช้สินค้าไม่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทั้งหมด การใช้คำเหล่านี้มาโฆษณา

ถือว่าเป็นคำโฆษณาเกินจริงทั้งนั้น

2.การโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

เข้มงวดไม่แพ้กลุ่มเครื่องสำอางเลยครับ สำหรับการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก

1.อ้วน/ผอม 2.ระเบิดไขมัน  3.ไซซ์ใหญ่   4.ลดน้ำหนัก  5.ไม่โยโย่  6.ขาแขนใหญ่   7.ดื้อยา  8.ได้ผล 100%

  1. คำที่ส่งผลต่อจิตใจ 10.ลดด่วน 11.อยากผอม 12.ผอมทันใจแน่นอน   13.เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้  14.เบิร์น

15.เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้  16.ทลายไขมัน  17.หุ่นดีกว่าเดิม  18. คำการันตีผล 19. ยินดีคืนเงิน

จะเห็นเลยว่าคำที่ห้ามใช้เหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งนั้นเลย ตามนโยบายของเฟสบุ๊ค

เรื่องของการใช้ถ้อยคำรุนแรง ที่มีผลกระทบต่อจิตใจคนอื่น   เช่น คำว่า “แขน ขาใหญ่” “ไซซ์ใหญ่” “หุ่นตุ่ม หุ่นโอ่ง”

ฟังดูไม่ใช่คำรุนแรง แต่ว่าสำหรับคนที่มีรูปร่างใหญ่ มีน้ำหนักเยอะ คำนี้ถือเป็นคำที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเขาได้

“ยินดีคืนเงิน” จริงๆ แล้วคำนี้สามารถอยู่ในโฆษณาได้ แต่มีข้อแม้ว่า คุณต้องมีหลักฐานการคืนเงินที่แน่ชัด

และมีขั้นตอนการคืนเงินที่ครบกระบวนการแนบมาด้วย ส่วนคำอื่นๆ ที่กล่าวมา

ก็เหมือนการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเลยครับ เข้าข่ายหลอกลวง อวดอ้างเกินจริง

เลยไม่สามารถนำมาใช้ในการทำโฆษณาได้ แม่ค้าหัวใสหลายคนเลยเกิดไอเดีย

คิดคำหลบเลี่ยงโดยใช้ภาษาอังกฤษมาผสมคำ เช่น ผoม, ดื้oยา, Uวม, Vาว, อ้วu, กSะชัU, XายVาด

เคยเห็นกันใช่ไหมครับ? ถึงแม้ว่าจะหัวใสแค่ไหน แต่ยังไงก็ไม่รอดครับ เฟสบุ๊คสามารถตรวจจับและสั่งระงับได้อยู่ดี

3.การโฆษณาสถานเสริมความงาม

เพราะวงการนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของมนุษย์ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคแล้วจึงละเลยเรื่องของการควบคุมการโฆษณา

ไม่ได้เหมือนกัน ลองมาดูกันครับว่าจะมีคำไหนบ้างที่ห้ามใช้ในการโฆษณาสถานเสริมความงาม

1.เพียง เช่น เพียง 500 บาท  2. เท่านั้น  3. พิเศษ  4. เฉพาะ  5. ล้ำสมัย 6. แห่งเดียว/แห่งแรกในประเทศ 7. ราคาเดิม

8. ครบวงจร 9. ฟรี 10. สวยจริง สวยบอกต่อ 11. งดงามที่… มีเสน่ห์ที่ … 12. สวยเหมือนธรรมชาติ 13. เหนือกว่า/สูงกว่า

14. อยากสวย / สวยที่.. 15. รักษาโรค… ได้

ลองมาดูคำหลักๆ ที่ห้ามใช้เลยนะครับ ยกตัวอย่างคำว่า  “เพียง” “ เท่านั้น”  “พิเศษ” “เฉพาะ” “ราคาเดิม”  ใส่ลงไปในโฆษณา

จะให้ความรู้สึกว่าแพ็คเกจ หรือสินค้านั้นทำขึ้นมาเพื่อเราโดยเฉพาะ แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็เหมือนเป็นการเจาะจง

กลุ่มบุคคลเกินไป แล้วอีกอย่างที่ระบุว่าราคาเพียงเท่านั้นเท่านี้ จริงๆ ก็รวมราคาทุกอย่างไว้แล้ว มันก็เป็นเหมือน

การโกหกผู้บริโภคทางอ้อมเหมือนกันครับ ต่อมาคือคำว่า “สวยธรรมชาติ” สวยธรรมชาติคือกรที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

การที่คุณเข้าสถานเสริมความงาม มีการทำบางอย่าง เกี่ยวกับร่างกายคุณนั้นคือความไม่ธรรมชาติแล้วครับ

คำสุดท้ายที่อยากยกตัวอย่างคือคำว่า “รักษาโรค… ได้” ต้องมีข้อมูลทางวิชาการ 80%ขึ้นไปมายืนยันครับ

ว่าโรคดังกล่าวสามารถรักษาหายได้ตามที่คุณโฆษณา นอกจากคำต้องห้ามเหล่านี้แล้ว แพทยสภายัง

ห้ามการโฆษณาทางโซเชียลที่เข้าข่ายโอ้อวดความสามารถ ความเชี่ยวชาญเกินกว่าความเป็นจริง

ที่ผิดจริยธรรมแพทย์ หรือโอ้อวดสรรพคุณ อวดผลลัพธ์ของความงามที่เกินจริง อาจโดนโทษร้ายแรง

ถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตหรือสั่งปิดสถานพยาบาลนั้นได้ อีกอย่าง ถ้าคุณต้องการจะใช้ภาพเครื่องมือ

หรืออุปกรณ์ในสถานเสริมความงามของคุณมาใช้ทำโฆษณาต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจาก อย. ด้วยนะครับ

ถึงจะสามารถนำมาใช้โฆษณาได้

4.การโฆษณากลุ่มของขลัง วัตถุมงคล

ตามนโยบายของเฟสบุ๊ค โฆษณาต้องไม่มีเนื้อหาที่แสดง ศาสนา ความเชื่อ ความงมงายต่างๆ แม้แต่หวยหรือการพนันก็ไม่ได้

นอกจากจะผิดหลักการโฆษณาแล้ว ยังเป็นความผิดฐานหากินกับความเชื่อคนอื่นด้วย

1.คำพูดอ้างอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์  2. ถูกหวย  3.เสี่ยงดวง / เสี่ยงโชค  4.พลิกชีวิต  5.เปลี่ยนโชคชะตา 6. ศักสิทธิ์

นอกจากคำเหล่านี้แล้ว การใช้ภาพพระภิกษุ-สามเณร หรือการใช้ภาพเงินทองล้อมรอบวัตถุมงคล โดยมีเจตนา

ให้เกิดความเข้าใจผิด ก็ไม่สามารถโฆษณาได้เช่นเดียวกัน

5.การโฆษณาเพื่อรับสมัครตัวแทนจำหน่าย

 มาถึงคำต้องห้ามประเภทสุดท้ายที่ผมจะพูดในบทความนี้แล้วนะคับ สำหรับเรื่องของการโฆษณารับตัวแทน

เชื่อว่าหลายๆ แบรนด์ เน้นโชว์ “ความรวย” เพื่อให้คนอยากสมัครเป็นตัวแทน  การโชว์รวยไม่ผิดครับ

แต่การโชว์รวยที่ มากเกินความพอดี  นั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะจะเขาข่ายการโฆษณาเกินจริงไปได้

อีกอย่างมี่ควรระวังคือ การใช้ถ้อยคำที่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเครือข่ายขายตรง

หรือแชร์ลูกโซ่ แล้วคำเหล่านั้นมีอะไรบ้าง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมสามารถรวบรวมได้ ดังนี้ครับ

1.วิธีรวยเร็ว 2.ทำงานจากบ้านก็รวยได้ 3. ทำงานประจำทำแล้วไม่รวย  4. ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย

5.งานสบายๆ รวยเร็วภายใน 1 เดือน  6.ใช้สิทธิจองรวย7. รวยง่ายๆ แค่คลิก 8. แค่ขายก็รวยแล้ว

9. รวยแบบไม่ทันตั้งตัว 10. รวยในข้ามคืน

ข้อความเหล่านี้ คือข้อความที่เป็นการโฆษณาที่เกินจริงมากๆ สำหรับการโฆษณารับตัวแทนคุณอาจจะใช้วิธีอื่นเพื่อดึงดูดใจ

เช่น การยกเคสคนที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแรงบันดาลใจก็ได้ครับ

หยุดโม้ โฆษณาเกินจริง คงความน่าเชื่อถือให้แบรนด์อย่างยั่งยืน

 “มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ

หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี

หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

 การสร้างแบรนด์ให้น่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องโฆษณาเกินจริงก็ทำได้ การจำหน่ายสินค้าด้วยความจริงใจ

ตรงไปตรงมา ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถืออย่างยั่งยืนมากกว่าการเผยแพร่ข้อมูลสินค้าเกินจริง

นำเสนอแต่สิ่งที่อวดอ้างเกินจริง เพราะนอกจากไม่ช่วยสร้าง “ชื่อเสียง” แต่จะเป็นการสร้าง “ชื่อเสีย” แทนนะครับ

ผมว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง “หยุดโม้ หยุดโฆษณาเกินจริง”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คำพูดห้ามใช้ facebook ปิด

Facebook ไม่ได้รีวิวแค่ตัวโฆษณา (Ads) อย่างเดียวแล้ว แต่ยังเข้าไปตรวจสอบหน้าเนื้อหาที่ถูกส่งต่อจากโฆษณา (Landing page) ด้วย

Landing page ก็คือหน้าเว็บไซต์หรือแอพลิเคชั่นใดๆ ที่ผู้ชมโฆษณาถูกส่งต่อมาจากการคลิกลิ้งค์ต่างๆ ที่ปรากฏในโฆษณาเช่น Add Friend, Inbox, ศึกษาเพิ่มเติม, Shop Now, Book Now, Install ฯลฯ หรือการแปะลิ้งค์เว็บไซต์ที่สามารถเข้าไปอ่านต่อได้ หาก Facebook พบว่าเนื้อหาใน Landing page ไม่ครบถ้วน สินค้าหรือเนื้อหาไม่ตรงกับตัวโฆษณา หรือเข้าข่ายผิดกฏหมายของแต่ละประเทศ โฆษณานั้นก็จะไม่ผ่านค่ะ

 

เนื้อต้องห้าม ที่ทำให้โฆษณาของคุณไม่ผ่านการพิจารณา

ถ้าโฆษณาของคุณมีเนื้อหา ไม่ว่าจะด้วยรูปภาพ คำพูด หรือมีคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ จะทำให้โฆษณาของคุณยิงไม่ผ่านค่ะ ถ้าใครพบว่าแบรนด์ของตัวเองกำลังจะสื่อสารการตลาดออกไปด้วยเนื้อหาเหล่านี้ ก็คงต้องคิดแผนนำเสนอกันใหม่ ว่าจะใช้รูปภาพ คำพูดอย่างไรให้ไม่ผิดกฏของ Facebook นะคะ

  1. ไม่ทำให้เกิดความแตกแยกหรือความรุนแรงในสังคม เช่น รูปภาพที่มีความรุนแรง น่าหวาดเสียว การขอให้คนแบ่งแยกออกเป็นฝักฝ่าย การว่ากล่าวให้ร้ายด้วยเนื้อหาที่รุนแรง เป็นต้น
  2. สินค้าหรือบริการที่ผิดกฏหมาย เช่น ยาสูบ อาวุธ เนื้อหาล่อแหลมทางเพศ หรือสินค้าบางชนิดที่มีกฏหมายบังคับชัดเจน เช่น สุรา ที่จะไม่สามารถยิงไปหากลุ่มเยาวชนได้ และต้องไม่แสดงภาพที่แสดงวิธีใช้ วิธีดื่ม รวมไปถึงการพนันที่ได้เงินจริง และอาหารเสริมบางประเภทจะต้องมีใบขออนุญาตโฆษณาก่อน
  3. ไม่ใช้เนื้อหาที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เช่น ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความเป็นส่วนตัว
  4. ไม่ใช้กระแสสังคมไปในทางที่ผิด เช่น ทำให้ตกใจ สะเทือนใจ ไม่ให้ความเคารพ หรือเต็มไปด้วยความรุนแรง
  5. ไม่กล่าวสรรพคุณเกินจริงหรือสิ่งที่ไม่มี
  6. ไม่นำเสนอเกี่ยวกับสุขภาพส่วนบุคคล เช่น Before after ก่อน-หลัง ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ตามโฆษณายาลดน้ำหนัก งดการใช้เนื้อหาที่ทำให้รู้สึกไม่ดีกับร่างกายตนเอง และถ้าจะโฆษณาสินค้ากลุ่มลดน้ำหนัก ฟิตเนส หรือสุขภาพใดๆ จะต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
  7. ไม่สามารถโฆษณาเกี่ยวกับสินเชื่อเงินด่วน การประมูลสินค้าแบบจับเวลา หรือรูปแบบธุรกิจที่คล้ายกัน
  8. ไม่สามารถโฆษณาธุรกิจ MLM
  9. ไม่ใช้เครื่องมือ หรือเทคนิคพิเศษในการหลบเลี่ยงการรีวิวโฆษณา รวมไปถึงใช้เครื่องมือ Streaming ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก Facebook

สรุปข้อมูลจาก https://www.facebook.com/policies/ads/

 

ขายของบน Facebook แล้วเพจโดนบล็อก ทำไงดี ??

 

365Town---facebook-page-ถูกบล็อก.png

เพจปลิว💨 ฝันร้ายของคน ขายของออนไลน์ เลยล่ะ ข้อมูลหายเกลี้ยงจ้า ทั้งข้อมูลแชท ออเดอร์ บลา ๆ ไหนจะลูกค้าที่สั่งของแล้วอีกล่ะ 😫 แต่เชื่อเถอะค่ะ อยู่ดี ๆ เฟสบุ๊คไม่ปิดเพจเราแบบมั่วซั่วแน่นอน มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นบนเพจเราแน่ ๆ  ลองเช็คดูนะคะว่าเพจของคุณเข้าข่ายตามหัวข้อเหล่านี้หรือไม่

1. จำนวนไลค์มากขึ้นแบบผิดหูผิดตา ในระยะเวลาสั้นๆ

ข้อนี้สำคัญมากนะคะ เข้าใจว่าการสร้างเพจ หรือทำเพจขึ้นมาขายของก็ย่อมอยากได้ยอดไลค์จำนวนมาก เพราะนั่นหมายถึงการที่เพจจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นเอง แต่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ทุกคนต้องระวังการเพิ่มยอดไลค์ไว้นิดนึงนะคะ หากยอดไลค์ของคุณเพิ่มขึ้น แต่มันดูไม่สอดคล้องกับ activity ของเพจเอาซะเลย กล่าวคือเพจไม่มีการอัพเดต ไม่มีการเคลื่อนไหว facebook ก็อาจจะจับตาดูคุณ แล้วตั้งคำถามว่ายอดไลค์เหล่านั้นมาจากไหน ซึ่งแน่นอนว่า facebook ต้องฟันธงเลยว่าการเพิ่มยอดไลค์แบบนี้ อาจมาจากการปั๊มไลค์ ซึ่งมันดูไม่ธรรมชาตินั่นเองค่ะ

2. ค้าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือโพสต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

ส่วนข้อนี้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์หลายคนน่าจะพอทราบอยู่แล้ว แต่ก็มีหลายคนที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของลิขสิทธิ์สินค้า อาจจะนำสินค้าเหล่านี้มาขาย สร้างเพจโดยที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีซะก่อน ซึ่งปกติ facebook จะรับรู้ข้อมูลนี้ผ่านการ report จากกลุ่มคนต่างๆ แล้วถึงตรวจสอบและบล็อกเพจนั่นเองค่ะ

3. แชร์ลิงค์ รูป หรือวีดีโอที่มีลิขสิทธิ์

หากเพจของคุณแชร์อะไรก็ตามที่มีลิขสิทธิ์ มีที่มาจากแหล่งอื่น แล้วนำมาแชร์ในเชิงพาณิชย์ หรือในเชิงโฆษณาต่างๆในกรณีนี้ทาง facebook จะทำการลบสิ่งที่แชร์ออกไปก่อนโดยไม่มีการบล็อคเพจแต่อย่างใด แต่จะมีการแจ้งเตือนในหน้าแอดมินเพจ แต่ถ้าหากเพจนั้นยังมีพฤติกรรมแบบนี้อยู่ล่ะก็ เพจก็จะถูกปิดในที่สุดค่ะ

4. สร้างความแตกแยกให้สังคม

แน่นอนว่าอะไรที่เป็นเรื่องในสังคม หรือเป็นเรื่องของคนหมู่มาก มันจะค่อนข้าง sensitive ไปซักหน่อย เพราะงั้นการแชร์รูปภาพ หรือข้อความที่สร้างความแตกแยกให้กับสังคม เพจของคุณก็ไม่สามารถรอดจากสายตา facebook ไปได้ ด้วยการ report จากผู้ใช้คนอื่นๆนั่นเอง และถ้า facebook ตรวจสอบแล้วว่าเพจสร้างความแตกแยกจริง ก็เตรียมโบกมือลาได้เลยค่ะ

5. ทำโปรโมชั่นแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ

ใช่แล้วค่ะ การทำโปรโมชั่นที่ไม่เป็นไปตามกฎของ facebook เพจของคุณก็อาจจะปลิวได้เหมือนกันนะ ซึ่งจริงๆแล้วการแจกของรางวัล เพื่อแลกไลค์ที่แทบทุกเพจนั้นทำกันอยู่ถือว่าละเมิดกฎ facebook ด้วยนั่นเองค่ะ

6. เลือกแอดมินเพจที่เคยเป็นจ้าของเพจที่โดนบล็อกมาก่อน

ข้อนี้เชื่อว่า พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า คนที่จะมาทำหน้าที่แอดมินเพจ ต้องไม่มีประวัติเคยเป็นเจ้าของเพจที่โดนบล็อกมาก่อนนะคะ เพราะลองคิดดูว่าหากว่าแอดมินคนนั้นเคยดูแลเพจจนโดนบล็อกมาแล้ว ซึ่งอาจจะด้วยการปั๊มไลค์ หรืออะไรก็ตามที่ facebook เค้ามองแล้วว่ามันไม่โอเค เพจของคุณเองก็อาจจะมีชะตากรรมเดียวกับเพจเหล่านั้นก็ได้นะ

7. เผลอส่งความซ้ำๆกัน จนเหมือนการส่งข้อความ SPAM

ข้อนี้ก็ต้องระวังค่ะ เพราะการส่งข้อความบรอดแคสต์หาลูกค้า โดยใช้ข้อความเดิมซ้ำๆกันจำนวนมาก facebook จะมองว่าข้อความเหล่านี้เป็นข้อความ spam ได้ โดยเฉพาะยิ่งถ้ามีลิ้งค์ URL ส่งต่อไปลิ้งค์ภายนอกด้วยแล้ว facebook ยิ่งมองว่าเป็นข้อความ spam แน่นอน หรือถ้าส่งบรอดแคสต์หาคนมั่วซั่ว ทำให้ชาวบ้านรำคาญ ก็อาจโดน report ซึ่งป็นสาเหตุที่ทำให้เพจโดนบล็อกเช่นกันค่ะ

รู้ถึงสาเหตุที่จะทำให้เพจโดนบล็อกกันไปแล้ว แต่ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นล่ะก็  มารู้จักวิธีป้องกันกันเลยค่าาา ^^

1.  การเพิ่มไลค์จะต้องคำนึงถึงปริมาณที่จะเพิ่มต้องให้เพิ่มแบบเป็นธรรมชาติมากที่สุด ดังนั้นเจ้าของเพจจะต้องควบคุมจำนวนไลค์ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันให้เหมาะสมที่สุด ไลค์ที่ได้จากการเพิ่มไลค์จะต้องไม่มากจนผิดสังเกต และจะต้องมี activity ในเพจเพื่อรองรับจำนวนไลค์ค่ะ

2. ก่อนนำสินค้ามาขายบน facebook จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบว่า เป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะแน่นอนว่าการค้าขายบนโลกออนไลน์ ค่อนข้างเปิดกว้าง เพราะฉะนั้นการทำตามกฎหมายย่อมเป็นเรื่องที่จะเซฟตัวคุณ และเพจของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ

3. หลีกเลี่ยงการแชร์ลิงค์ หรือรูปภาพที่มีลิขสิทธิ์จะดีที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นก็ควรให้เครดิตแหล่งที่มาให้ชัดเจน หรือแชร์โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางเชิงพาณิชย์ ก็จะช่วยป้องกันการโดนแบนได้ค่ะ

4. จัดทำโปรโมชั่นตามที่ facebook กำหนด หรือยอมรับได้ นั่นคือ

  • ต้องมีระยะเวลาสิ้นสุด

  • ต้องระบุอายุเพศไว้อย่างชัดเจน

  • รางวัลต้องมีจำนวนจำกัด ต้องเป็นของไม่ผิดกฎหมาย ต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้าม

  • ของรางวัลจะต้องใช้แจกเพื่อทดสอบตลาด หรือโปรโมทสินค้า แต่ห้ามพ่วงโปรโมทเว็บไซต์หรือช่องทางติดต่ออื่นๆ

  • ของรางวัลต้องห้ามให้ข้อเสนอว่าต้องกดไลค์เพจก่อน

5. ก่อนจะเลือกใครมาทำหน้าที่แอดมินเพจ ควรตรวจสอบประวัติให้ดีซะก่อน อย่างที่กล่าวไว้ว่า ต้องไม่เคยเป็นแอดมิน หรือเจ้าของเพจที่โดนบล็อกมาแล้ว ซึ่งทางที่ดีที่สุด อย่าให้ใครก็ไม่รู้มาดูแลเพจของคุณ นอกจากคุณนะคะ เพราะป้องกันการทำผิดกฎต่างๆ และการปั๊มไลค์ที่ถือว่าละเมิดกฏของ facebook อีกด้วย

6. แต่ถ้าจำเป็นต้องบรอดแคสต์ข้อความให้ลูกค้า แต่กลัวโดนมองว่าเป็นข้อความ spam ล่ะก็ ลองทำตามนี้ดูค่ะ

  • เวลาส่งข้อความโปรโมชั่น หรือต้องส่งข้อความซ้ำๆเดิมๆให้ลูกค้า ก็อย่าส่งครั้งละเยอะเกินไป ให้แบ่งส่ง เช่น รอบนี้ส่ง 20 คน พักสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยกลับมาส่งใหม่

  • ใช้ฟีเจอร์บรอดแคสต์ข้อความแบบเสียเงินของทาง facebook ซึ่งฟีเจอร์นี้ facebook กำลังอยู่ในช่วงทดลอง ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มเปิดให้บางเพจใช้ฟรีกันอยู่ แต่แน่นอนว่าในอนาคตต้องเสียเงินเหมือนเวลาลง facebook ads แน่นอน

  • ส่งข้อความหาคนที่คิดว่าเป็นกลุ่มลูกค้าเราจริงๆเท่านั้น เพื่อป้องกันการไปสร้างความรำคาญให้คนอื่น

  • บรอดแคสต์ผ่านแพลตฟอร์มอื่น เช่น LINE@ ที่มีฟีเจอร์บรอดแคสต์ให้ใช้อยู่แล้วจะดีที่สุดค่ะ

ทีนี้ก็รู้ทั้งสาเหตุ และวิธีการป้องกันไม่ให้เพจของคุณโดนบล็อคกันแล้ว ซึ่งพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ทุกคนควรใส่ใจ และทำตามคำแนะนำ เพราะต้องขอบอกไว้เลยว่าการโดนบล็อกเพจมันจะทำให้คุณเสียเวลา และเสียรายได้เป็นอย่างมาก กว่าจะส่งเรื่องไปยัง FACEBOOK กว่าจะตั้งชื่อได้เหมือนเดิม แถมยังต้องสูญเสียคนติดตาม จำนวนไลค์ไปอีกด้วย ฉะนั้นอย่าทำสิ่งที่จะทำให้เพจโดนบล็อคจะดีที่สุดนะคะ …

ทีมผู้เชียวชาญ เฟสบุ๊คเพจ @imakeplus (lineID)
Tel: 0877994285